ช้างเดินเล่น

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ช้างเดินเล่นค่ะ

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

แนะนำมัชฌิและผองเพื่อน







เจ้าหนูมัชฌิ ใช้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีโทนกลาง อันหมายถึง มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง ซึ่งเป็นเด็ก หมายถึงต้องเรียนรู้กันต่อไป ว่าอะไรคือพอดี แว่นเป็นสัญลักษณ์ของ อุปกรณ์ในการช่วยมองโลก สำหรับบางคนที่อาจจะมองไม่ชัดได้ด้วยตัวเอง










คุณคิ้วขมวด เลือกใช้ สีแดง โทนร้อน เป็นตัวแทนของ อัตตกิลมถานุโยค หรือ ความตึงเครียด ไม่รู้จักผ่อน













  

คุณเหงื่อตก สีฟ้า โทนเย็น เป็นตัวแทนของ กามสุขัลลิกานุโยค หรือ ความหย่อน ปล่อยตามอารมณ์ ไม่ควบคุม










  



เจี๊ยบซ่า เด็กน้อย ตัวแทนของความไม่รู้ เป็นคู่หูต่างวัยของ มีเรื่องให้เจ้าหนูมัฌชิได้ช่วยเหลือเสมอ

แนวคิดรายการบันทึกเจ้าหนูมัชฌิ

แนวคิดรายการบันทึกเจ้าหนูมัชฌิ

เริ่มต้นจากการเห็นเด็กเล็กๆมีความหลากหลายทางอารมณ์มาก บางครั้งก็ดีใจ เสียใจและโกรธมาก วันหนึ่งลูกชายวัย 4 ขวบ เดินมากลางบ้านแล้วกรี๊ดออกมาหน้าตาเฉย เมื่อถามว่าเป็นอะไร? เจ้าตัวก็ยิ้มๆแล้วบอกว่าอยากกรี๊ด อยากโวยวาย เลยตั้งข้อสังเกตว่าแล้วเราจะคุยจะสอนลูกหลานยังไงว่า สถานการณ์ไหน เรื่องไหนควรทำหรือไม่ทำ และช่วยให้เขารับมือกับอารมณ์ต่างๆของตัวเองได้อย่างเข้าใจ



เด็กเล็กๆจะต้องรู้จักเรียนรู้ศักยภาพของตนเองให้เกิดความสมดุลย์ทั้ง ด้านคุณธรรม ด้านความสามารถ และด้านการดำรงตนให้เกิดความพอดี หรือที่เรียกว่าเป็นผู้มีความฉลาดทางอารมณ์ และมองโลกในแง่ดี เพื่อการพัฒนาและการใช้ศักยภาพของตนเองในการดำเนินชีวิต ครอบครัว การทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ


บันทึกเจ้าหนูมัชฌิ เป็นการ์ตูนสั้น ส่งเสริมสร้างทักษะทางอารมณ์ ในเด็กเล็กอย่างง่ายๆ โดยใช้แนวคิดเรื่อง “ ทางสายกลาง” มาเป็นแกนในการดำเนินเรื่อง ด้วยการสร้างสถานการณ์สนุกๆ และปมปัญหาง่ายๆใกล้ตัวเด็กๆ ให้ตัวละครช่วยกันคิดอย่าง และ หาทางออกด้วยสติ นอกจากนั้นยังเสริมสร้างลักษณะนิสัยการทบทวนเรื่องราวด้วยการจดบันทึก


กลุ่มเป้าหมาย เด็กเล็ก -3 -5.11 ปี


รูปแบบ การ์ตูนแอนิเมชั่น 2D เความยาวตอนละประมาณ 5 นาที


เนื้อหา บันทึกเจ้าหนูมัชฌิ


เจ้าหนูมัชฌิ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการผจญภัยของเด็กชายตัวเล็กๆ และเพื่อนสนิท อีก 2 ตัว คือ คุณคิ้วขมวด และ คุณเหงื่อตก ที่ชอบเล่นสนุก และในความเป็นเด็กน้อย มัชฌิต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย อย่างซึ่งเพื่อนๆ จะคอยสอน ช่วยกันคิด หาทางออกเวลาเจอกับเหตุการณ์ต่างๆและร่วมเล่นสนุกไปกับเขาไปในตัว


และในทุกๆวันหนูน้อยมัชฌิจะบันทึกเรื่องราวที่เขาพบเจอไว้ใน

“ บันทึกของเจ้าหนูมัชฌิ” โดยการขึ้นต้นประโยค ในทุกๆครั้งว่า
 “ วันนี้ดีใจ....................................”

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

ดินสอดี กับยางลบอยากลบ ตอน เปลี่ยนกันไหม?

เมื่อวันเสาร์ไปเวิร์คชอปมาทำรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ทำนิทานทีวีกัน..
ให้การบ้านเป็นเขียนเรื่องของ เจ้าเพื่อนซื้สองตัว คือ ดินสอดี กับเจ้ายางลบ..
ก็เลยคึกคักอยากเขียนบ้าง?....
เอาละเขียนให้อ่านกันหนึ่งตอน

ตอน เปลี่ยนกันไหม?




ฉากแรก ดินสอดีเดินเบื่อเข้ามายางลบที่กำลังพยายามลบบางอย่างอยู่



ดินสอดี : เบื่อ เบื่อ เบื่อ....ไม่อยากเขียนแล้วๆ

ยางลบ : เป็นอะไรเหรอ

ดินสอดี : ทำไม ฉันต้องเขียนๆๆๆ ทำงานหนักอยู่คนเดียว

ยางลบ : เอ่อ..

ดินสอดี : เวลาวาดรูปก็ชั้น เวลาเขียนหนังสือก็ชั้น โอย ยิ่งตอนแลเงานะ ฉันละเมื่อยไปทั้งตัว

ยางลบ : ก็...

ดินสอดี : นายนึกดูนะ....(ภาพการบ่นๆ ของดินสอ ออกมาเป็นฉากๆ)



ผ่านไปเป็นเวลานาน..ยางลบ ค่อยนั่งฟัง จนสุดท้ายก็นอนฟัง ดินสอดีบ่น...

ยางลบ : ปิ๊ง ! เอางี้ไหมดินสอ....ฉันรู้แล้วล่ะจะช่วยนายได้ไง

ดินสอดี : ทำไงเหรอ



ยางลบกระซิบแผนการให้ดินสอฟัง

ดินสอดี : เอาจริงเหรอ..

ยางลบ : อืม..

ดินสอดี : แล้วใครจะทำหน้าที่แทนฉันละ...

ยางลบ : เอาน่า..เดี๋ยวฉันจัดการเอง



ฉากสอง ดินสอยิ้มแย้มแจ่มใส...มาหายางลบ

ยางลบ : เป็นไงบ้างวันนี้ นายพร้อมรึยัง..

ดินสอดี : พร้อมแล้ว...ว่าแต่นายเถอะแน่ใจนะว่าไหว

ยางลบ : เอาเหอะน่า. วันนี้ฉันเขียนแทนนาย และ นายก็มาลบแทนชั้น เปลี่ยนงานกัน..

ดินสอดี : ได้ๆเอ้าเขียนเลย

ยางลบพยามยามเขียนตัวหนังสือ ลงในกระดาษสีขาว...ด้วยความตั้งใจ..(มีดนตรีทำนองสนุกสนาน) แต่กลับไม่มีภาพอะไรปรากฎขึ้น



ยางลบ : แต๊น แต๊น แต็น...ไงผลงานชั้น

ดินสอดี : (เงียบ)...

ยางลบ: เอาสิๆ...ลบเลย..

ดินสอดี : ตรงไหน?

ยางลบ : นี่ไงลบเลย......ตรงนี้ๆ



ดินสอดี ทำท่าทางลบๆ ไปทั่วๆ เพราะไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่บนกระดาษ แต่ปรากฏว่าเป็น ลายเส้นดินสอเต็มไปหมด....



ดินสอดี : โอ้ว..ไม่ไหวๆเลอะเทอะหมดเลยแฮะ..ยางลบ นายมาลบสิ...............(ดินสอดีก็คิดได้)

ยางลบ : (ส่งยิ้มให้ดินสอ)....

ดินสอดี : เอ่อ ยางลบนี่นาย..

ยางลบ: ดินสอดี ฉันเป็นยางลบ..ฉันไม่มีวันเขียนได้หรอก

ดินสอดี ฉันเป็นดินสอ ฉันก็ลบไม่ได้เหมือนกัน...ดูผลงานฉันสิ

จริงๆ ตอนลบ นายก็ทำอยู่คนเดียวเหมือนกัน นายก็เหนื่อยเหมือนกันสินะ

ยางลบ ก็หน้าที่ฉันนี่..(ยิ้มหวาน)

ดินสอดี ฉันก็มีหน้าทีเขียนเหมือนกัน..ฮ่าฮ่าฮ่า

ทั้งสองก็เริ่มต้นเขียนใหม่ด้วยคำว่า “หน้าที่” และก็ร่วมร้องเล่น เต้นระบำกัน







เพลง ภูมิใจในหน้าที่



ทุกคน: หน้าที่ หน้าที่ หน้าที่ พวกเราทุกคนมีหน้าที่ทุกคน

ดินสอ : ฉันเป็นดินสอ ได้เขียนพอ จะอดจะทน

ยางลบ: ฉันเกิดมาลบ เวลาพบคำผิดทุกหน

ทุกคน: พวกเรามีหน้าที่ทุกคน (ซ้ำ) ไม่ดื้อ ไม่ซน เป็นหน้าที่เด็กดีไง

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พี่สองขากับน้องน่ารัก ตอน จำจี้มะเขือเทศ

"จ้ำจี้มะเขือเปาะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น
กระแท่นต้นกุ่ม สาวสาว หนุ่มหนุ่มอาบน้ำท่าไหน


อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง
เยี่ยมเยี่ยมมองมอง นกขุนทองร้องวู้......

น้องน่ารักจำไว้นะคะ"   พี่สองขาสอนเนื้อร้อง
"ครับ"   น้องน่ารักตอบอย่างมั่นใจ
"เอาละมาลองร้องกัน"  พี่สองขาบอก " เอ้า 1 2 3......"
"จำจี้มะเขือเทศ............"
"โอ๊ะ โอ ไม่ใช่ๆ เอาใหม่ๆ" พี่สองขาแอบฮา..แต่ต้องสอนให้สำเร็จ
" ครับ......จำจี้มะเขือเปาะ.................นกขุนทองร้อง จิ๊บๆ" น้องน่ารักร้องอย่างมั่นใจ
 
พี่สองขา...." เอ่อ...ก็จริง"
ปล่อยก๊ากเพราะทนฮาไม่ไหวแล้ว
 
หลังจากนั้นก็เลยชวนกันเล่นไปด้วยความสนุกสนานว่าน้องมันจะร้องยังไงได้อีก..ฮ๋าฮ๋า
 
ไปละ เยี่ยมเยี่ยมมองมองนกขุนทองร้อง " เจิ๊ยก"
 

วันนี้น้องน่ารัก กินนำพริกซะเถอะ.ฮ่าฮ่า

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นิทานจัดการคุณหนูน้อย เรื่อง พี่สองขากับน้องน่ารัก ตอน ตื่น ตื๊น ตื่น

พี่สองกับน้องน่ารัก
ตอน ตื่น ตื๊น ตื่น

เสียงนาฬิกาปลุก ดังสนั่นบ้านตอน หกโมงครึ่ง..
ผ่านไป  5 นาที
ผ่านไป  10  นาที
ผ่านไปอีก....นานทีเดียว

เสียงคุณแม่ก็ดังตามมา..: ตื่นได้แล้ว...ครับผม
ไม่มีเสียงตอบรับจากหนูน้อยใต้ผ้าห่ม..
เสียงคุณพ่อก็ดังตามมา..ตื่นได้แล้ว..ครับผม

แต้น แตน แต๊น................
นิ้วชี้และนิ้วกลาง กำลังเดินจากหัวไหล่ของเด็กน้อยในผ้าห่มไปบนหัวและค่อยมุดๆเข้าไปในผม..
" พี่สองขา มาแล้ว"....
"สวัสดี น้องน่ารัก...วันนี้พี่สองขาจะมาพาน้องน่ารัก...เดินป่ากันน่ะ

โอ้ว !!  ป่านี้ลึกลับจริง...พี่สองขาหลงทางแล้ว...

เดินไปทั่วศรีษะๆ " โอ้ยๆๆๆ หลงใหญ่แล้ว  น้องน่ารักช่วยพี่สองขาด้วย"
 (จริงๆเป็นนวดๆศรีษะเบาๆ)

"อิอิอิ"  เสียงหนูน้อยใต้ผ้าห่ม แอบหัวเราะ


" หมดแรงแล้วๆๆๆๆ ตกดีกว่า" พี่สองขาลิ้งตกลงไปตรงคอของเด็กน้อย..แล้วดิ้นๆ..
 แน่นอน..เด็กน้อยทุกคนจะจั๊กจี้เวลามีใคร..มาจี้คอน้อย..


แล้วก็ตื่นด้วยความสดชื่น..

การละเล่นสนุก...ที่ทำกันในบ้าน..
จริงพี่สองขาทำไรได้อีกแยะเดี๋ยวมาเล่ให้ฟังเรื่อยๆ


อ้อมีขอแถม..ให้ดูขำขำๆ  "เมื่อนิ้วรำพึง"......


วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ช้างเดินเล่น..ชวน


ช้างน้อย ตัวนี้จะชวน เพื่อนๆ น้อง ๆ หนูๆ ไปเดินเล่น..
เรียนรู้จะการออกก้าวเดิน..
เล่นไป เรียนไป
โลกยิ่งใหญ่ไปกับพี่ช้าง..

แนวคิดผลิตรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก

มีหลายแนวคิด..ที่อยากทำ

แนวคิดแรก "แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์" อยากให้เด็กไทยมีแรงจูงใจ และความพยายามที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อผลสำเร็จต่างๆของตัวเอง  ดูการ์ตูนญี่ปุ่นก็เป็นแบบนี้แถบทุกเรื่อง  เล่่นการ์ดก็ยังช่วยพิทักษ์โลกได้

แนวคิดที่สอง "ภูมิใจในเผ่าพันธุ์" ใครๆก็ว่าคนไทย อ่อนแอ ทั้งที่แท้แล้วคนไทยเจ๋งจะตาย...แต่ตัวเราได้ไอเดียนี้มาจากไหน ถ้าไม่ใช่โดนสอนมาเด็กๆ แล้วเด็กเดี๋ยวนี้มีคนสอนจริงๆป่าว?  คนสอนเชื่อว่าความเป็นไทยเจ๋งจริงๆหรือป่าว?

แนวคิดที่สาม " ทำเองได้ง่ายนิดเดียว"  เมื่อเด็กไม่เคยทำอะไรดวยตัวเองแล้วจะเอาอะไรมาภาคภูมิใจ จะเอาอะไรมาอ้างความดีของตนเอง...ถึงมียุคหนึ่งที่ต้อง เอาพ่อมาอ้าง "มึงรู้ไหม..พ่อตรูใคร"..
ก็อ้างอะไรของตัวเองไม่ได้ เพราะไม่เคยได้ทำไรเอง...

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนึกไม่ออก